top of page
ค้นหา

7 พฤติกรรมทำร้ายไต ที่คนส่วนใหญ่ทำเป็นประจำ

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ ปวดหลังบริเวณเอวบ่อยๆ ตัวบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปัสสาวะมีฟองผิดปกติ แต่ก็มักจะปล่อยผ่านไปเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ความจริงแล้ว ไต เป็นอวัยวะที่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่เคยหยุดพัก และที่น่ากลัวคือไตไม่ค่อยส่งสัญญาณเจ็บปวดให้เรารู้ตัวจนกว่าการทำงานจะเสื่อมไปมากแล้ว

7 พฤติกรรมทำร้ายไต ที่คนส่วนใหญ่ทำเป็นประจำ

หลายคนไม่รู้ตัวเลยว่า พฤติกรรมทำร้ายไต ที่ทำอยู่ทุกวันนี่แหละ คือตัวการสำคัญที่ค่อยๆ บั่นทอนไตให้อ่อนแอลงทีละนิด จนวันหนึ่งอาจนำไปสู่ โรคไตผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ ไตระยะสุดท้าย ที่ต้องพึ่งการฟอกไตไปตลอดชีวิต บทความนี้จะพาไปสำรวจ 7 พฤติกรรมเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่มองข้าม พร้อมสัญญาณเตือนที่ควรรีบสังเกต ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

7 พฤติกรรมทำร้ายไต ที่หลายคนทำเป็นประจำ

7 พฤติกรรมทำร้ายไต ที่หลายคนทำเป็นประจำ

1. ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือดื่มไม่สม่ำเสมอ

ไตทำหน้าที่กรองของเสียผ่านทางน้ำปัสสาวะ หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ไตก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อขับของเสียในปริมาณน้ำที่น้อยลง เมื่อสะสมเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อนิ่วในไตและไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ

2. กลั้นปัสสาวะบ่อยๆ

การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำทำให้ปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะนานเกินไป เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งหากไม่รักษาให้หายขาดอาจลุกลามไปถึงไตได้

3. กินเค็มจัดเป็นประจำ

กินเค็มจัดเป็นประจำ

โซเดียมที่มากเกินไปทำให้ร่างกายเก็บกักน้ำและเพิ่มความดันโลหิต ซึ่งความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำลายหลอดเลือดฝอยในไต และเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

4. ใช้ยาแก้ปวดหรือยาชุดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และยาชุดที่ไม่ทราบส่วนผสมชัดเจน หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ในปริมาณสูง จะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของไต และเป็นสาเหตุการเกิดไตวายเฉียบพลันที่พบได้บ่อย

5. ปล่อยให้ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานคุมไม่ได้

โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงคือสองสาเหตุหลักที่นำไปสู่โรคไตเรื้อรัง หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หลอดเลือดฝอยในไตจะถูกทำลายไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า

6. พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกเป็นประจำ

พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกเป็นประจำ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิตและระบบเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพไตในระยะยาว

7. ทานอาหารเสริมหรือสมุนไพรพร่ำเพรื่อ

ทานอาหารเสริมหรือสมุนไพรพร่ำเพรื่อ

อาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิดที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทานในปริมาณมากเกินความจำเป็น อาจมีสารบางอย่างที่เป็นพิษต่อไตสะสมโดยที่เราไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนว่าไตเริ่มทำงานหนักเกินไป

สัญญาณเตือนว่าไตเริ่มทำงานหนักเกินไป
  • ตัวบวม โดยเฉพาะบริเวณหนังตาและขา

  • ปัสสาวะมีฟองผิดปกติ หรือปัสสาวะน้อยลง

  • อ่อนเพลียง่าย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

  • ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ปวดหลังบริเวณบั้นเอวเรื้อรัง

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไตโดยเร็ว เพราะยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งชะลอความเสื่อมของไตได้มากขึ้น

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

โรคไตผู้สูงอายุ เป็นเรื่องที่ครอบครัวควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของไตจะค่อยๆ ลดประสิทธิภาพลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ความเสี่ยงที่ไตจะเสื่อมเร็วยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่า การพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพไตเป็นประจำทุกปีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อไตเข้าสู่ระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตหรือไม่

เมื่อไตเข้าสู่ระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตหรือไม่

เมื่อไตเสื่อมจนเข้าสู่ โรคไตระยะ5 หรือที่เรียกว่า ไตระยะสุดท้าย ไตจะไม่สามารถกรองของเสียและรักษาสมดุลน้ำในร่างกายได้อีกต่อไป ผู้ป่วยในระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ซึ่งวิธีที่พบบ่อยที่สุดคือการฟอกไต (ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม) เพื่อกำจัดของเสีย สารพิษ และน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายแทนไตที่ทำงานไม่ไหวแล้ว

แนวทางดูแลไตและอาหารสำหรับผู้ป่วยฟอกไต

แนวทางดูแลไตและอาหารสำหรับผู้ป่วยฟอกไต

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตไม่ได้จบแค่การเข้ารับการฟอกเลือดตามรอบเท่านั้น แต่ อาหารคนฟอกไต ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรควบคุมปริมาณโซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และปริมาณน้ำดื่มให้อยู่ในระดับที่แพทย์และนักโภชนาการแนะนำ เพื่อลดภาระของร่างกายระหว่างรอบการฟอกไตแต่ละครั้ง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างภาวะน้ำเกินหรือความดันโลหิตสูงหลังฟอกไต

สรุป

พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำจนเคยชินในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำน้อย กินเค็ม หรือใช้ยาโดยไม่ระวัง ล้วนเป็นตัวการที่ค่อยๆ ทำร้ายไตโดยที่เราไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรังจนถึงขั้นต้องฟอกไต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

	หากที่บ้านมีผู้สูงอายุหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับภาวะไตวายและต้องเข้ารับการฟอกไต คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis) พร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ด้วยเครื่องไตเทียมมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เปิดบริการทุกวัน 06:00–20:00 น. ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้แล้ววันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนที่คุณรัก

พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำจนเคยชินในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำน้อย กินเค็ม หรือใช้ยาโดยไม่ระวัง ล้วนเป็นตัวการที่ค่อยๆ ทำร้ายไตโดยที่เราไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรังจนถึงขั้นต้องฟอกไต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ

หากที่บ้านมีผู้สูงอายุหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับภาวะไตวายและต้องเข้ารับการฟอกไต คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis) พร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ด้วยเครื่องไตเทียมมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ในบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน เปิดบริการทุกวัน 06:00–20:00 น. ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้แล้ววันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนที่คุณรัก

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page