top of page
ค้นหา

ฟอกไตสัปดาห์ละกี่ครั้ง ทำไมแต่ละคนไม่เท่ากัน

2 วันที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

"แม่ฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่เพื่อนบ้านที่เป็นโรคไตเหมือนกันต้องฟอกถึง 3 ครั้ง ทำไมไม่เหมือนกันคะ ทำน้อยแล้วจะพอไหม?"

คำถามแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในห้องรอของคลินิกฟอกไต และเป็นความสงสัยที่สร้างความกังวลใจให้ทั้งผู้ป่วยและคนในครอบครัวไม่น้อย เพราะเมื่อได้ยินว่าคนอื่นฟอกไตบ่อยกว่า ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองหรือคนที่รักกำลังได้รับการดูแลที่ "น้อยเกินไป" หรือเปล่า

ฟอกไตสัปดาห์ละกี่ครั้ง ทำไมแต่ละคนไม่เท่ากัน

ความจริงแล้ว ความถี่ในการฟอกไตไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้เหมือนกันทุกคน แต่เป็นแผนการรักษาที่แพทย์ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าอะไรบ้างที่ทำให้ผู้ป่วยแต่ละคนต้องฟอกไตในความถี่ที่ต่างกัน และทำไม "ฟอกน้อยกว่า" ไม่ได้แปลว่า "ดูแลน้อยกว่า" เสมอไป

ฟอกไตสัปดาห์ละกี่ครั้ง คำตอบคือ "ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน"

ฟอกไตสัปดาห์ละกี่ครั้ง คำตอบคือ "ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน"

โดยทั่วไป ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) มักฟอกไตอยู่ในช่วง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งมาตรฐานสากลส่วนใหญ่จะแนะนำที่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับผู้ป่วยที่ไตหยุดทำงานเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ แพทย์ไตจะประเมินร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนก่อนกำหนดตารางฟอกไตที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกเคส

ทำไมแพทย์ไม่ใช้ตัวเลขเดียวกันหมด

เหตุผลง่าย ๆ คือ ไตของแต่ละคนเสื่อมไม่เท่ากัน แม้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น "โรคไตระยะ 5" หรือไตระยะสุดท้ายเหมือนกัน แต่ปริมาณของเสียที่ร่างกายสร้างขึ้น ความสามารถของไตที่ยังเหลืออยู่ และสภาพร่างกายโดยรวมของแต่ละคนแตกต่างกันมาก การฟอกไตจึงต้อง "ปรับให้พอดีตัว" เหมือนการปรับขนาดยาให้เหมาะกับแต่ละคน

ปัจจัยที่แพทย์ใช้พิจารณาความถี่ในการฟอกไต

ปัจจัยที่แพทย์ใช้พิจารณาความถี่ในการฟอกไต

1. การทำงานของไตที่ยังเหลืออยู่ (Residual Kidney Function)

แม้จะเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ไตของผู้ป่วยบางคนก็ยังไม่ได้หยุดทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ หากไตยังพอขับของเสียและน้ำส่วนเกินออกได้บางส่วน แพทย์อาจกำหนดให้ฟอกไตเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอ เพราะไตของผู้ป่วยเองยังช่วยแบ่งเบาภาระอยู่ ในทางกลับกัน หากไตหยุดทำงานเกือบสมบูรณ์แล้ว ร่างกายจะต้องพึ่งพาเครื่องไตเทียมเต็มที่ จึงจำเป็นต้องฟอกบ่อยขึ้นเป็น 3 ครั้งต่อสัปดาห์

2. ปริมาณปัสสาวะที่ยังขับออกได้

ผู้ป่วยที่ยังปัสสาวะได้บ้าง แม้จะน้อย ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าไตยังทำงานอยู่บางส่วน แพทย์มักใช้ข้อมูลนี้ประกอบการประเมินร่วมกับผลเลือด เพื่อตัดสินใจว่าจะปรับความถี่การฟอกไตได้หรือไม่

3. น้ำหนักตัวและขนาดร่างกาย

ร่างกายที่มีขนาดใหญ่กว่าจะสร้างของเสียและมีน้ำสะสมในร่างกายมากกว่า จึงอาจต้องการการฟอกไตที่บ่อยขึ้นเพื่อกำจัดของเสียให้ทันเวลา ในขณะที่ผู้ป่วยตัวเล็กหรือน้ำหนักน้อยอาจฟอกไตน้อยครั้งกว่าได้โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการรักษา

ร่างกายที่มีขนาดใหญ่กว่าจะสร้างของเสียและมีน้ำสะสมในร่างกายมากกว่า จึงอาจต้องการการฟอกไตที่บ่อยขึ้นเพื่อกำจัดของเสียให้ทันเวลา ในขณะที่ผู้ป่วยตัวเล็กหรือน้ำหนักน้อยอาจฟอกไตน้อยครั้งกว่าได้โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการรักษา

4. โรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ

ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย โดยเฉพาะเบาหวานหรือโรคหัวใจ มักมีภาวะน้ำเกินหรือความดันโลหิตที่ควบคุมยากกว่า แพทย์จึงอาจต้องเพิ่มความถี่ในการฟอกไตเพื่อควบคุมของเหลวและความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

5. ระดับโพแทสเซียมและของเสียสะสมในเลือด

 ระดับโพแทสเซียมและของเสียสะสมในเลือด

ผลตรวจเลือด โดยเฉพาะค่าโพแทสเซียมและค่ายูเรีย เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่แพทย์ใช้ติดตามว่าร่างกายกำจัดของเสียได้ทันหรือไม่ หากค่าเหล่านี้สูงเกินเกณฑ์อยู่เสมอ แพทย์อาจพิจารณาปรับความถี่การฟอกไตให้มากขึ้น

6. คุณภาพชีวิตและความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ที่น่าสนใจคือ มีงานวิจัยในผู้ป่วยไทยที่ศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตระหว่างผู้ป่วยที่ฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง กับ 3 ครั้ง พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสม คุณภาพชีวิตโดยรวมไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายความว่าสำหรับผู้ป่วยที่ยังมีไตเหลือทำงานบางส่วน การฟอกไตน้อยครั้งกว่าก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพชีวิตจะแย่ลง ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ป่วยมีเวลาและพลังงานไปทำกิจกรรมอื่นในชีวิตได้มากขึ้น

ฟอกไต 2 ครั้ง กับ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ

ฟอกไต 2 ครั้ง กับ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ

ความแตกต่างหลัก ๆ ไม่ได้อยู่ที่ "ใครได้รับการรักษาที่ดีกว่า" แต่อยู่ที่ "ใครต้องการการรักษาที่มากกว่า" ผู้ป่วยที่ฟอกไต 3 ครั้งต่อสัปดาห์มักเป็นผู้ที่ไตหยุดทำงานเกือบสมบูรณ์ หรือมีของเสียสะสมในเลือดสูง จึงต้องฟอกบ่อยเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ป่วยที่ฟอกไต 2 ครั้งต่อสัปดาห์มักยังมีไตเหลือทำงานอยู่บ้าง และแพทย์ประเมินแล้วว่าความถี่นี้เพียงพอต่อการควบคุมของเสียและของเหลวในร่างกาย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ แผนการฟอกไตไม่ใช่เรื่องที่ตายตัวตลอดไป แพทย์จะติดตามผลเลือดและอาการของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ และปรับความถี่การฟอกไตให้เหมาะสมตามสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

สรุป

จะเห็นได้ว่าการฟอกไตสัปดาห์ละกี่ครั้งไม่มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ น้ำหนักตัว โรคร่วม และผลตรวจเลือดของผู้ป่วยแต่ละคน การที่คนหนึ่งฟอกไต 2 ครั้งขณะที่อีกคนฟอกถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จึงไม่ได้สะท้อนว่าใครได้รับการดูแลที่ดีหรือแย่กว่ากัน แต่เป็นแผนการรักษาที่ออกแบบมาให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคนโดยเฉพาะ

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเริ่มต้นฟอกไต หรือสงสัยว่าตารางฟอกไตปัจจุบันเหมาะสมกับร่างกายแล้วหรือยัง การปรึกษาทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านไตเทียมคือคำตอบที่ดีที่สุด คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยาพร้อมประเมินและดูแลผู้ป่วยโรคไตอย่างใกล้ชิด ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน และมาตรฐานการฟอกไตตามเกณฑ์สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เปิดบริการทุกวัน 06:00-20:00 น. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตารางฟอกไตที่เหมาะกับคุณ ติดต่อสอบถามหรือนัดปรึกษาแพทย์ได้เลยวันนี้

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเริ่มต้นฟอกไต หรือสงสัยว่าตารางฟอกไตปัจจุบันเหมาะสมกับร่างกายแล้วหรือยัง การปรึกษาทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านไตเทียมคือคำตอบที่ดีที่สุด คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยาพร้อมประเมินและดูแลผู้ป่วยโรคไตอย่างใกล้ชิด ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน และมาตรฐานการฟอกไตตามเกณฑ์สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เปิดบริการทุกวัน 06:00-20:00 น. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตารางฟอกไตที่เหมาะกับคุณ ติดต่อสอบถามหรือนัดปรึกษาแพทย์ได้เลยวันนี้

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page