top of page
ค้นหา

ตรวจเลือดคนฟอกไต ต้องดูค่าอะไรบ้าง? สรุป 7 ค่าที่ห้ามมองข้าม

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมผู้ป่วยโรคไตที่ฟอกไตสม่ำเสมออยู่แล้ว คุณหมอถึงยังนัดตรวจเลือดเป็นประจำ ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย?

คำตอบคือ ไตที่ทำงานไม่ได้แล้ว ทำให้ร่างกายสะสมของเสียและเกลือแร่บางชนิดได้ง่าย และหลายครั้งเราไม่มีทางรู้สึกได้เองจนกว่าจะอันตราย การฟอกไตช่วยเอาของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย แต่จะได้ผลดีแค่ไหน ต้องอาศัยการตรวจเลือดเป็นเหมือน “แผนที่” บอกว่าร่างกายตอนนี้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยหรือยัง

บทความนี้จะพาไปรู้จัก 7 ค่าผลเลือดสำคัญของผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ว่าแต่ละค่าบอกอะไร และเราดูแลตัวเองอย่างไรให้ค่าอยู่ในเกณฑ์ดี

ตรวจเลือดคนฟอกไต ต้องดูค่าอะไรบ้าง? สรุป 7 ค่าที่ห้ามมองข้าม

ทำไมผู้ป่วยโรคไตระยะ 5 ต้องตรวจเลือดเป็นประจำ

โรคไตระยะที่ 5 หรือโรคไตระยะสุดท้าย คือภาวะที่ไตทำงานเหลือน้อยมาก จนร่างกายไม่สามารถกำจัดของเสีย น้ำ และเกลือแร่ส่วนเกินได้เอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงต้องรักษาด้วยการฟอกไต

แม้จะฟอกไตแล้ว ร่างกายก็ยังมีโอกาสเสียสมดุลได้จากอาหาร ยา หรือการฟอกที่ยังไม่เพียงพอ การตรวจเลือดเป็นประจำจึงช่วยให้ทีมแพทย์

  • ปรับการฟอกไตและการใช้ยาให้เหมาะกับร่างกายแต่ละคน

  • จับความผิดปกติได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ

  • ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กระดูกเปราะ หรือโลหิตจาง

7 ค่าผลเลือดสำคัญที่ผู้ป่วยโรคไตต้องเช็ก

7 ค่าผลเลือดสำคัญที่ผู้ป่วยโรคไตต้องเช็ก

1. ค่า BUN (Blood Urea Nitrogen): บอกของเสียจากโปรตีนในเลือด

BUN คือปริมาณไนโตรเจนจากยูเรียในเลือด ซึ่งเกิดจากการย่อยโปรตีนที่เรากินเข้าไป ปกติไตจะขับยูเรียออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อไตเสื่อมจึงกรองได้ไม่หมด ค่า BUN เลยสูงกว่าคนทั่วไป เกณฑ์ปกติของผู้ใหญ่อยู่ราว 10-20 mg/dL

ค่านี้เป็นเพียงภาพคร่าวๆ ของการทำงานของไต และแกว่งได้ง่ายตามปัจจัยอื่น เช่น ร่างกายขาดน้ำ กินโปรตีนมากเกินไป หรือผลข้างเคียงจากยา แพทย์จึงมักดูควบคู่กับครีเอตินิน

เคล็ดลับ: เลือกโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยง่าย ลดเนื้อสัตว์ย่อยยาก และดื่มน้ำตามปริมาณที่แพทย์กำหนด เพราะผู้ป่วยที่ฟอกไตมักมีข้อจำกัดเรื่องน้ำ

2. ค่าไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)

ค่าไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)

: ไขมันสะสมในเลือด

ไตรกลีเซอไรด์คือไขมันที่ร่างกายเก็บเป็นพลังงานสำรอง ค่านี้สูงขึ้นได้จากการกินไขมัน แป้ง และน้ำตาลมากเกินไป ในผู้ป่วยโรคไต ร่างกายมักผลิตไขมันออกมาเองมากกว่าปกติ แม้จะกินไขมันน้อยแล้วก็ตาม แพทย์จึงมักจ่ายยาลดไขมันให้

ช่วงอ้างอิงที่พบบ่อยในผู้ชายอยู่ราว 40-160 mg/dL และผู้หญิงราว 35-135 mg/dL (แต่ละห้องแล็บอาจต่างกันเล็กน้อย) ที่สำคัญ ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือดประมาณ 12-14 ชั่วโมง ผลจึงแม่นยำ

เคล็ดลับ: เลือกโปรตีนเนื้อขาว เช่น ไข่ขาวและปลา ลดอาหารไขมันสูง และทานยาลดไขมันสม่ำเสมอ

3. ค่าครีเอตินิน (Creatinine): ตัวชี้วัดการทำงานของไต

ค่าครีเอตินิน (Creatinine): ตัวชี้วัดการทำงานของไต

ครีเอตินินเป็นของเสียจากการใช้กล้ามเนื้อ และถูกกำจัดทางไตเท่านั้น ค่านี้จึงสะท้อนการทำงานของไตได้แม่นกว่า BUN เพราะไม่ถูกรบกวนจากอาหารหรือตับมากนัก ผู้ป่วยโรคไตมีค่านี้สูง เพราะร่างกายยังผลิตเท่าเดิม แต่ไตขับออกได้น้อยลง ส่วนที่เหลือจึงสะสมในเลือด

ช่วงอ้างอิงของผู้ชายอยู่ราว 0.6-1.2 mg/dL และผู้หญิงราว 0.5-1.1 mg/dL แพทย์จะนำค่านี้ไปคำนวณเป็นค่า eGFR เพื่อบอกว่าไตเสื่อมอยู่ในระยะไหน ยิ่งครีเอตินินสูง eGFR ยิ่งต่ำ

เคล็ดลับ: เนื้อแดงเป็นแหล่งครีเอตินินด้วย จึงควรสลับมากินปลา ไก่ กุ้ง และไข่

4. ค่าโคเลสเตอรอล (Cholesterol): ดูแลหลอดเลือดให้ดี

ค่าโคเลสเตอรอล (Cholesterol): ดูแลหลอดเลือดให้ดี

โคเลสเตอรอลเป็นสารคล้ายไขมันที่ร่างกายสร้างเองประมาณ 70% และมาจากอาหารอีกราว 30% มีหน้าที่ช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน สร้างวิตามินดี ฮอร์โมน และเป็นส่วนสำคัญของระบบประสาท ค่าที่อยู่ในเกณฑ์สำหรับผู้ใหญ่คือต่ำกว่า 200 mg/dL

เมื่อไตเสื่อม ระบบไขมันในร่างกายเสียสมดุล ค่านี้จึงมีแนวโน้มสูง และเสี่ยงให้หลอดเลือดตีบตัน ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยฟอกไตที่ต้องดูแลเส้นเลือดให้พร้อมใช้งาน รวมถึงเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย

เคล็ดลับ: เน้นน้ำมันจากพืช ผัก ผลไม้ (ตามที่แพทย์อนุญาต) ลดเครื่องในและเนื้อติดมัน เลี่ยงไขมันทรานส์และน้ำมันทอดซ้ำ และกินยาลดไขมันตามสั่ง

5. ค่า Hct หรือฮีมาโตคริต (Hematocrit): ตัวบอกภาวะซีด

ค่า Hct หรือฮีมาโตคริต (Hematocrit): ตัวบอกภาวะซีด

Hct คือสัดส่วนของเม็ดเลือดแดงในเลือด ช่วงอ้างอิงของผู้ชายราว 42-52% และผู้หญิงราว 37-47% ผู้ป่วยโรคไตซีดบ่อย เพราะไตสร้างฮอร์โมน EPO ที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อไตเสื่อม ฮอร์โมนนี้ลดลง เม็ดเลือดแดงจึงน้อยลงตาม

แพทย์อาจให้โฟลิก ธาตุเหล็ก หรือฉีดฮอร์โมน EPO และในรายซีดมากอาจให้เลือด หากปล่อยไว้นานอาจเหนื่อยง่าย ใจสั่น ติดเชื้อง่าย และแผลหายช้า

6. ค่า PTH (Parathyroid Hormone): ตัวคุมกระดูกและแคลเซียม

 ค่า PTH (Parathyroid Hormone): ตัวคุมกระดูกและแคลเซียม

PTH ผลิตจากต่อมพาราไทรอยด์ที่คอ ทำหน้าที่ควบคุมแคลเซียมและกระดูก ผู้ป่วยฟอกไตมักมีค่านี้สูง โดยเฉพาะเมื่อฟอสฟอรัสในเลือดสูงนานๆ เพราะไตเสื่อมทำให้แคลเซียมในเลือดต่ำและวิตามินดีน้อยลง ร่างกายจึงหลั่ง PTH เพิ่มและดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกบางและหักง่าย

ช่วงอ้างอิงทั่วไปราว 10-65 pg/mL แต่ในผู้ป่วยไตระยะ 5 แพทย์มักตั้งเป้าไว้สูงกว่า คือราว 150-300 pg/mL ผิวคล้ำลงและอาการคันอาจเป็นสัญญาณที่ควรแจ้งแพทย์

เคล็ดลับ: คุมฟอสฟอรัสให้ดี และทานวิตามินดีตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ

7. ค่า HbA1c (Hemoglobin A1c): น้ำตาลสะสมย้อนหลัง 3 เดือน

ค่า HbA1c (Hemoglobin A1c): น้ำตาลสะสมย้อนหลัง 3 เดือน

HbA1c คือสัดส่วนน้ำตาลที่เกาะอยู่กับเม็ดเลือดแดง จึงสะท้อนค่าเฉลี่ยน้ำตาลในช่วงประมาณ 3 เดือน เชื่อถือได้กว่าการเจาะน้ำตาลตอนงดอาหารที่เห็นแค่ช่วงสั้นๆ ผู้ป่วยโรคไตที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยควรดูค่านี้ควบคู่กับน้ำตาลในเลือดเป็นพิเศษ เพราะน้ำตาลสูงทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

ข้อควรรู้คือ ผู้ป่วยโรคไตมีเม็ดเลือดแดงน้อยหรือได้รับยากระตุ้นเม็ดเลือด ค่า HbA1c จึงอาจต่ำกว่าความเป็นจริง และหลังฟอกไตน้ำตาลอาจตกได้ จนหน้ามืดหรือหมดสติ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องเป้าหมายที่เหมาะกับตัวเอง

ตารางสรุป 7 ค่าผลเลือดที่ควรรู้

ตารางสรุป 7 ค่าผลเลือดที่ควรรู้

ค่าผลเลือด

บอกอะไรเรา

ถ้าผิดปกติ อาจพบอะไร

BUN (Blood Urea Nitrogen)

ของเสียจากโปรตีน

คั่งของเสีย เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)

ไขมันสะสมในเลือด

ไขมันสูง เสี่ยงโรคหลอดเลือด

ครีเอตินิน (Creatinine)

การทำงานของไต (ใช้คำนวณ eGFR)

สูงเมื่อไตเสื่อมมาก

โคเลสเตอรอล (Cholesterol)

ไขมันในเลือด

หลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ

Hct (Hematocrit)

ภาวะซีด

เหนื่อยง่าย ใจสั่น

PTH  (Parathyroid Hormone)

สมดุลแคลเซียมและกระดูก

กระดูกบาง คันตามตัว

HbA1c (Hemoglobin A1c)

น้ำตาลสะสม 3 เดือน

น้ำตาลคุมไม่ดี ไตเสื่อมเร็ว

หมายเหตุ: ช่วงค่าอ้างอิงต่างกันได้ตามห้องแล็บและตัวผู้ป่วย โปรดให้แพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้แปลผล

เคล็ดลับให้ผลตรวจเลือดออกมาดี

เคล็ดลับให้ผลตรวจเลือดออกมาดี
  • เลือกอาหารและดื่มน้ำตามที่ทีมแพทย์แนะนำ

อาหารเป็นสิ่งที่ควบคุมได้เองทุกวัน และส่งผลต่อหลายค่าในผลเลือด หากไม่แน่ใจว่ากินอะไรได้บ้าง ควรปรึกษาทีมผู้ดูแลเรื่องโภชนาการ

  • มาฟอกไตตรงนัดและครบเวลา

การเลื่อนหรือข้ามรอบฟอกไตทำให้ของเสียและน้ำสะสม ค่าเลือดจะแย่ลงอย่างรวดเร็ว

  • กินยาตามแพทย์สั่ง

ทั้งยาลดไขมัน ยากระตุ้นเม็ดเลือด และวิตามินดี ล้วนช่วยให้ค่าต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง

  • จดผลตรวจเลือดไว้เปรียบเทียบ

การจดค่าแต่ละเดือนช่วยให้เห็นแนวโน้ม และพูดคุยกับแพทย์ได้ตรงจุดมากขึ้น

ดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องกับทีมที่เข้าใจ

ดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องกับทีมที่เข้าใจ

การตรวจเลือดให้ผลดีที่สุดเมื่อมีทีมดูแลที่ติดตามค่าต่างๆ ให้ต่อเนื่อง คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยามีบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ภายใต้มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พร้อมให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการ การใช้ยา และการดูแลตัวเอง รวมถึงช่วยจัดการภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย เช่น น้ำเกิน ความดันโลหิตสูง และโลหิตจาง ในบรรยากาศอบอุ่นสบายแบบอยู่บ้าน ผู้ป่วยหลายรายจึงรู้สึกอุ่นใจที่ได้ฟอกไตในที่ที่ดูแลใกล้ชิด

สรุป

การตรวจเลือดเป็นประจำ

การตรวจเลือดเป็นประจำคือหัวใจของการดูแลผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย 7 ค่าที่ควรเช็กคือ BUN ไตรกลีเซอไรด์ ครีเอตินิน โคเลสเตอรอล Hct PTH และ HbA1c เมื่อเข้าใจว่าแต่ละค่าบอกอะไร ผู้ป่วยและครอบครัวก็ดูแลตัวเองได้ถูกทาง ฟอกไตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังมองหาที่ฟอกไตที่ดูแลใกล้ชิดและติดตามผลเลือดอย่างต่อเนื่อง ทักมาพูดคุยกับคลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยาได้เลย เปิดบริการทุกวัน 06:00 - 20:00 น. โทร 082-657-7699 หรือสอบถามผ่าน LINE เพื่อจองคิวและปรึกษาเบื้องต้นได้ทันที

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page