top of page
ค้นหา

โรคไตระยะสุดท้ายอยู่ได้นานอีกกี่ปี

"คุณพ่ออายุ 72 แล้ว หมอบอกว่าไตเข้าสู่ระยะสุดท้าย... เราจะดูแลท่านได้อีกนานแค่ไหน?"

ประโยคนี้อาจเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ความกังวล ความกลัว และความไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไปนั้น เป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้มากในสถานการณ์เช่นนี้

โรคไตระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease หรือ ESRD) คือภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานไปมากกว่า 85–90% และไม่สามารถกู้คืนได้แล้ว แต่ถึงแม้จะฟังดูน่ากลัว ความจริงก็คือ ด้วยการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยหลายคนสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและยืนยาวออกไปได้อีกมาก

บทความนี้จะตอบคำถามที่ทุกครอบครัวอยากรู้ ทั้งเรื่องอายุขัย ปัจจัยที่มีผล ทางเลือกการรักษา และวิธีดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคไตให้มีชีวิตที่ดีที่สุด

โรคไตระยะสุดท้ายคืออะไร? ทำไมถึงร้ายแรง

โรคไตระยะสุดท้ายคืออะไร? ทำไมถึงร้ายแรง

โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease หรือ CKD) แบ่งออกเป็น 5 ระยะตามค่าการกรองของไต (eGFR) เมื่อถึงระยะที่ 5 หรือโรคไตระยะสุดท้าย ไตแทบจะหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง

ในภาวะนี้ ร่างกายไม่สามารถขับของเสีย น้ำส่วนเกิน และสารพิษออกได้เองอีกต่อไป หากไม่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต ของเสียเหล่านั้นจะสะสมในร่างกายจนเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเข้าสู่ระยะสุดท้าย

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเข้าสู่ระยะสุดท้าย

•         บวมมากตามมือ เท้า และใบหน้า

•         หายใจถี่ เหนื่อยง่าย ทำกิจกรรมเบา ๆ ก็อ่อนเพลีย

•         คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารเรื้อรัง

•         ปัสสาวะน้อยมากหรือแทบไม่มีปัสสาวะ

•         ผิวหนังคัน ซีด หรือมีสีคล้ำผิดปกติ

•         สมองมึน สับสน มีปัญหาด้านความจำ

โรคไตระยะสุดท้าย อยู่ได้กี่ปี? ความจริงที่ต้องรู้

โรคไตระยะสุดท้าย อยู่ได้กี่ปี? ความจริงที่ต้องรู้

คำถามที่ทุกครอบครัวอยากรู้มากที่สุดคือผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายจะสามารถมีชีวิต"อยู่ได้อีกนานแค่ไหน?" คำตอบนั้นไม่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมากๆ

ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษา

หากไม่ได้รับการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตเลย ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายมักมีอายุขัยอยู่ที่ไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน เนื่องจากของเสียในเลือดจะสะสมอย่างรวดเร็วจนเป็นอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ

ผู้ป่วยที่ฟอกไตสม่ำเสมอ

ผู้ป่วยที่ฟอกไตสม่ำเสมอ

เมื่อเริ่มการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) อย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกเป็นปีๆ โดยเฉลี่ยทั่วไปมีดังนี้

•         ผู้ป่วยทั่วไปที่ฟอกไต: มีอายุขัยเฉลี่ย 5–10 ปีหลังเริ่มฟอกไต

•         ผู้ป่วยอายุน้อย (ต่ำกว่า 40 ปี) ที่ดูแลสุขภาพดี: อาจอยู่ได้ถึง 20–30 ปี

•         ผู้สูงอายุหรือมีโรคร่วม (เบาหวาน ความดัน): อาจอยู่ได้ 2–5 ปี

ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ย แต่มีผู้ป่วยหลายคนที่ฟอกไตมานานกว่า 20–30 ปีและยังมีชีวิตอยู่ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไต

การปลูกถ่ายไตเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตมักมีอายุขัยดีกว่าการฟอกไตอย่างมาก และสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากขึ้น

ปัจจัยที่กำหนดว่าผู้ป่วยโรคไตจะอยู่ได้นานแค่ไหน

ปัจจัยที่กำหนดว่าผู้ป่วยโรคไตจะอยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาที่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายจะมีชีวิตอยู่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งครอบครัวและผู้ป่วยสามารถช่วยควบคุมบางส่วนได้

1. อายุและสุขภาพโดยรวม

ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่าและไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ มักมีอายุขัยหลังการฟอกไตที่ยาวนานกว่า ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า

2. สาเหตุของโรคไต

โรคไตที่เกิดจากเบาหวาน (เบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุม) และความดันโลหิตสูง มักส่งผลให้การพยากรณ์โรคแย่กว่าสาเหตุอื่น เนื่องจากโรคเหล่านี้ยังส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือดด้วย

3. ความสม่ำเสมอในการฟอกไต

การฟอกไตสม่ำเสมอตามที่แพทย์กำหนด (โดยทั่วไปสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ชั่วโมง) มีผลโดยตรงต่ออายุขัย ผู้ป่วยที่ขาดการฟอกไตบ่อยๆ มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงมาก

4. การควบคุมอาหาร

อาหารมีบทบาทสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่ควบคุมปริมาณโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และโปรตีนได้ดี จะมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

5. สุขภาพจิตและกำลังใจ

การมีครอบครัวที่ดูแลและให้กำลังใจ รวมถึงทัศนคติที่ดีของผู้ป่วยเอง มีส่วนสำคัญในการยืดอายุขัยและทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น

ทางเลือกการรักษาโรคไตระยะสุดท้าย

1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

ทางเลือกการรักษาโรคไตระยะสุดท้าย

เป็นวิธีที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย เครื่องไตเทียมจะทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดแทนไตที่เสื่อมสภาพ โดยทั่วไปจะทำ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ณ คลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีเครื่องไตเทียม

ข้อดีของการฟอกเลือด คือมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลใกล้ชิดในทุกครั้งที่มาใช้บริการ สามารถตรวจสอบความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที

2. การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis)

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทำที่บ้าน โดยใช้น้ำยาพิเศษที่สอดผ่านสายเข้าช่องท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ไกลจากคลินิกหรือไม่สะดวกเดินทางบ่อยๆ แต่ต้องมีวินัยสูงและเรียนรู้วิธีทำที่ถูกต้อง

3. การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplant)

เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในแง่คุณภาพชีวิต แต่มีข้อจำกัดด้านการหาไตที่เหมาะสม รอคิวนาน และต้องผ่านการประเมินสุขภาพอย่างละเอียดก่อน

โรคไตผู้สูงอายุ ต้องดูแลอย่างไร?

โรคไตผู้สูงอายุต้องดูแลอย่างไร?

ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ายต้องการการดูแลที่พิเศษกว่าผู้ป่วยวัยอื่น เนื่องจากร่างกายมีความเปราะบางมากขึ้น มีโรคร่วมหลายอย่าง และอาจมีปัญหาในการดูแลตัวเองได้อย่างอิสระ

การดูแลด้านโภชนาการ

•         จำกัดโพแทสเซียม: หลีกเลี่ยงกล้วย ส้ม มะเขือเทศ และผักดิบปริมาณมาก

•         ควบคุมฟอสฟอรัส: ลดนม ชีส ถั่ว และอาหารแปรรูป

•         จำกัดน้ำและโซเดียม: ระวังการบวมน้ำและความดันโลหิตสูง

•         โปรตีนในปริมาณที่พอดี: ไม่มากเกินจนทำให้ไตทำงานหนักขึ้น

การดูแลด้านจิตใจและสังคม

การต้องฟอกไตสัปดาห์ละหลายครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าชีวิตถูกจำกัด ครอบครัวควรพาไปทำกิจกรรมที่ชอบในวันที่ไม่ได้ฟอกไต ให้กำลังใจ และช่วยให้ผู้ป่วยยังรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในชีวิตครอบครัว

การดูแลด้านการเดินทางมาฟอกไต

การเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ คลินิกที่อยู่ใกล้บ้าน มีที่จอดรถสะดวก มีบรรยากาศที่อบอุ่นไม่กดดัน จะช่วยให้ผู้ป่วยมาตรงเวลาและไม่ขาดการฟอกไต

สัญญาณที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สัญญาณที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที โรคไต

แม้จะอยู่ภายใต้การรักษาแล้ว มีบางอาการที่ต้องรีบแจ้งทีมแพทย์โดยเร็ว ได้แก่

•         บวมมากอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะที่ใบหน้าและขา

•         หายใจลำบาก แน่นหน้าอก

•         ไข้สูงหรืออาการของการติดเชื้อที่บริเวณเส้นเลือด (AV Fistula)

•         ความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติ

•         หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจสั่น

•         ซึมลง ไม่รู้สึกตัว หรือสับสนมากผิดปกติ

คำถามที่ครอบครัวมักสงสัย

คำถามที่ครอบครัวมักสงสัยเกี่ยวกับ ผู้ป่วยโรคไต

Q: ผู้ป่วยสูงอายุ 70-80 ปี ยังฟอกไตได้ไหม?

ได้ อายุไม่ใช่ข้อห้ามในการฟอกไต แพทย์จะประเมินสภาพร่างกายโดยรวมว่าสามารถรับการฟอกไตได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ผู้สูงอายุหลายคนฟอกไตได้ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิต

Q: ถ้าไม่อยากฟอกไต มีทางเลือกอื่นไหม?

หากผู้ป่วยหรือครอบครัวเลือกที่จะไม่ฟอกไต (Conservative Management) แพทย์จะให้การดูแลแบบประคับประคอง เน้นการควบคุมอาการและทำให้ชีวิตในช่วงที่เหลือมีความสุขที่สุด ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ต้องปรึกษากับแพทย์และครอบครัวอย่างละเอียด

Q: ฟอกไตแล้วยังทำกิจกรรมปกติได้ไหม?

ได้ ผู้ป่วยหลายรายยังสามารถออกไปทำกิจกรรมที่ชอบ เที่ยวเล่น ทำงานอดิเรก หรือพบปะสังสรรค์ได้ในวันที่ไม่ได้ฟอกไต ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายโดยรวม 

สรุป: ชีวิตยังไปต่อได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง

สรุป: ชีวิตยังไปต่อได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง โรคไต โรคไตระยะท้าย ระยะสุดท้าย

โรคไตระยะสุดท้าย อยู่ได้กี่ปี ไม่ใช่คำถามที่ตอบได้ด้วยตัวเลขเดียว เพราะขึ้นอยู่กับการรักษา การดูแล และปัจจัยส่วนตัวของผู้ป่วยแต่ละคน สิ่งที่แน่ชัดคือ การเริ่มฟอกไตอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ร่วมกับการดูแลโภชนาการ สุขภาพจิต และการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยยืดอายุขัยและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis)

สำหรับผู้ป่วยและครอบครัวในพื้นที่โซนพัทยาหรือใกล้เคียง คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis) พร้อมให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านไตเทียม บรรยากาศอบอุ่น สะอาด สะดวกสบาย เปิดบริการทุกวัน 06.00–20.00 น. รองรับสิทธิ์การรักษาหลากหลาย หรือหากท่านใดสนใจ การดูแลแบบครบวงจร อย่างเช่นการดูแลผู้สูงอายุเราก็มีให้บริการ ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ พัทยาเนอร์สซิ่งโฮม แบบรายเดือนสามารถที่จะติดต่อเราเพื่อรับบริการควบคู่ระหว่างฟอกไตได้ค่ะ

หากกำลังมองหาที่ฟอกไตที่ไว้วางใจได้ในพัทยาและชลบุรี โทรปรึกษาได้เลยที่ 082-657-7699 หรือทักไลน์ @pattayadialysis ทีมงานยินดีให้คำแนะนำและจองคิวให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page