ปัสสาวะบ่อย เสี่ยงเป็นโรคไตหรือเปล่า?
- Chonnikan M.
- 6 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
อาการปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนอาจเคยเจอ บางคนคิดว่าเกิดจากการดื่มน้ำมาก อากาศเย็น หรืออายุที่เพิ่มขึ้น จึงมองข้ามไปโดยไม่ใส่ใจ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี อาการปัสสาวะบ่อยอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในร่างกาย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะ การทำความเข้าใจอาการนี้อย่างถูกต้องจะช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพและป้องกันโรคไตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งบทความนี้ คลินิคเวชกรรมไตเทียมพัทยา ของเราจะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการปัสสาวะบ่อยนั้นมีความเสี่ยงที่ร้ายแรงแค่ไหน สาเหตุมาจากอะไร และจะดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตกันค่ะ
ปัสสาวะบ่อยคืออะไร? แบบไหนเรียกว่าผิดปกติ

โดยทั่วไป คนเราจะปัสสาวะประมาณ 4–7 ครั้งต่อวัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่มและกิจกรรมในแต่ละวัน หากมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะปัสสาวะทุก 1–2 ชั่วโมง หรือมีการลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางคืนหลายครั้ง อาจถือว่าเริ่มผิดปกติ
นอกจากนี้ อาการปัสสาวะบ่อยแต่ปัสสาวะออกครั้งละน้อย หรือรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยแม้ดื่มน้ำน้อย ก็เป็นสัญญาณที่ควรสังเกตเช่นกัน เพราะอาจไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมทั่วไปเพียงอย่างเดียว
สาเหตุของอาการปัสสาวะบ่อย
อาการปัสสาวะบ่อยสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการรักษา

การดื่มน้ำมากเกินไป หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
การดื่มแอลกอฮอล์
โรคเบาหวาน
กระเพาะปัสสาวะไวเกิน
ต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
โรคไตและความผิดปกติของการทำงานของไต
การแยกสาเหตุที่แท้จริงจำเป็นต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ปัสสาวะบ่อย เสี่ยงเป็นโรคไตจริงหรือไม่?

อาการปัสสาวะบ่อยไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นโรคไตเสมอไป แต่ในบางกรณี อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของไตที่เริ่มผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ป่วยไตเสื่อมระยะเริ่มต้น ไตอาจไม่สามารถควบคุมการขับน้ำและของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
ดังนั้น แม้อาการปัสสาวะบ่อยจะไม่ใช่ข้อยืนยันว่าเป็นโรคไต แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติโรคไตในครอบครัว
อาการปัสสาวะแบบไหนที่ควรสงสัยว่าเกี่ยวกับโรคไต

นอกจากความถี่ในการปัสสาวะแล้ว ยังมีลักษณะของปัสสาวะและอาการร่วมอื่น ๆ ที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของไต ได้แก่
ปัสสาวะกลางคืนบ่อยผิดปกติ
ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ
ปัสสาวะมีสีผิดปกติ หรือมีเลือดปน
มีอาการบวมที่หน้า เท้า หรือข้อเท้า
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับปัสสาวะบ่อย ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว
ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่
ผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อยต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น บวม เหนื่อยง่าย หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและความดันโลหิตสูง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ เพื่อประเมินการทำงานของไตและระบบทางเดินปัสสาวะอย่างละเอียด
การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและชะลอความเสื่อมของไตได้อย่างเหมาะสม

การตรวจวินิจฉัยอาการปัสสาวะบ่อย
การตรวจหาสาเหตุของอาการปัสสาวะบ่อยมักประกอบด้วยหลายวิธี ได้แก่
การตรวจเลือด เพื่อประเมินค่าการทำงานของไต
การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติ เช่น โปรตีนหรือเลือดในปัสสาวะ
การตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวด์ ตามดุลยพินิจของแพทย์
ผลการตรวจเหล่านี้จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
หากพบว่าเป็นโรคไต ต้องดูแลรักษาอย่างไร

การดูแลในระยะเริ่มต้นถึงระยะกลาง
ในระยะที่ไตยังทำงานได้บางส่วน การดูแลรักษาจะเน้นไปที่การชะลอความเสื่อมของไต เช่น
ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต
ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น
ติดตามผลการตรวจอย่างสม่ำเสมอ
การดูแลในระยะไตเสื่อมระยะท้าย

เมื่อไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้เพียงพอ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือแนวทางอื่นตามคำแนะนำของแพทย์ การได้รับการดูแลในคลินิกเวชกรรมไตเทียมที่ได้มาตรฐาน จะช่วยให้การรักษามีความปลอดภัย ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงโรคไต

การป้องกันโรคไตสามารถเริ่มได้จากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น
ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดเค็ม
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะการตรวจการทำงานของไต
สังเกตความผิดปกติของปัสสาวะและร่างกายอยู่เสมอ
สรุป – ปัสสาวะบ่อย ไม่ควรมองข้าม

อาการปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ และไม่ใช่ทุกกรณีที่จะเป็นโรคไต แต่ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติร่วมอื่น ๆ การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม และชะลอความเสื่อมของไตได้ในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ตรวจพบว่าเป็น โรคไตระยะสุดท้าย แม้ไตจะไม่สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ แต่การวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการฟอกเลือดหรือฟอกไตอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน และมีทีมแพทย์พยาบาลเฉพาะทางดูแลอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

คลินิคเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis) พร้อมให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคไตด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้มาตรฐาน ภายใต้การดูแลของทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัย ต่อเนื่อง และมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนของการฟอกไต หากสนใจต้องการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการฟอกไต สามารถปรึกษาเราได้ที่นี่
คลินิคเวชกรรมไตเทียมพัทยา
เปิดบริการทุกวัน (08.00-20.00 น.)
📞โทร. 082-657-7699
📞โทร. 081-687-6346




ความคิดเห็น