ผู้สูงอายุ ฟอกไต แบบไหนปลอดภัย
- Chonnikan M.
- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
คุณพ่อ คุณแม่ หรือคนที่คุณรักเพิ่งได้รับคำวินิจฉัยว่า "ไตวาย ต้องฟอกไต" แล้วมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกใจหายวาบไปเลยไหม?
หลายครอบครัวที่มีผู้สูงอายุต้องเผชิญกับช่วงเวลานี้ ซึ่งเต็มไปด้วยความกังวล ความกลัว และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ โดยเฉพาะเมื่อแพทย์บอกว่าต้องเริ่มฟอกไตโดยเร็ว ทำให้ครอบครัวต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดัน โดยที่ยังไม่เข้าใจว่า "ฟอกไตแบบไหนที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่สุด?"
ความจริงคือ ผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายที่ต่างจากคนวัยอื่น เช่น หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตที่เปราะบางกว่า ทำให้การเลือกวิธีฟอกไตไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจกันได้ง่ายๆ บทความนี้ Pattaya Dialysis เราจะพาคุณทำความเข้าใจตัวเลือกทั้งหมด พร้อมข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ เพราะการเลือกที่ถูกวิธีคือการดูแลชีวิตของคนที่คุณรักได้ดีที่สุด
โรคไตในผู้สูงอายุ ทำไมถึงพบบ่อยกว่าที่คิด

เมื่ออายุมากขึ้น ไตก็เสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ โดยเฉลี่ยแล้วการทำงานของไตในผู้สูงอายุจะลดลงประมาณ 1% ต่อปีหลังอายุ 40 ปี แต่สิ่งที่เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นในผู้สูงอายุ คือโรคประจำตัวที่มักมาพร้อมกัน ได้แก่
โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของไตวายเรื้อรังในไทย
โรคความดันโลหิตสูง ที่ทำลายหลอดเลือดในไตอย่างเงียบๆ เป็นปี
โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ
ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease หรือ ESRD) จำนวนมากในประเทศไทยคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเมื่อถึงระยะนั้นการบำบัดทดแทนไต (Renal Replacement Therapy) กลายเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประคองชีวิต
การฟอกไตคืออะไร ทำไมผู้สูงอายุถึงต้องระวัง

การฟอกไต คือกระบวนการทำความสะอาดเลือดแทนไตที่ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยกำจัดของเสีย น้ำส่วนเกิน และสารพิษที่สะสมในร่างกาย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัจจุบันมีวิธีฟอกไตหลักอยู่ 2 แบบ คือ
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) — ฟอกที่คลินิกหรือโรงพยาบาล
การล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) — ทำได้ที่บ้าน
ทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และการเลือกให้เหมาะกับผู้สูงอายุแต่ละคนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
วิธีที่ 1: ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) คืออะไร

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า "ฟอกไต" คือการนำเลือดออกจากร่างกาย ผ่านเครื่องกรองพิเศษที่เรียกว่า Dialyzer เพื่อดึงของเสียและน้ำส่วนเกินออก แล้วส่งเลือดที่สะอาดกลับเข้าสู่ร่างกาย
กระบวนการฟอกเลือดเป็นอย่างไร
โดยทั่วไปผู้ป่วยต้องมาฟอกเลือดที่คลินิกหรือศูนย์ไตเทียม สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างนั้นผู้ป่วยสามารถนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ได้
เพื่อให้เข้าถึงเส้นเลือดได้ง่ายและปลอดภัย แพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดเส้นเลือดที่เรียกว่า "หลอดเลือดเอวี (AV Fistula)" ที่บริเวณแขน ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือนก่อนเริ่มใช้งานได้
ข้อดีของ Hemodialysis สำหรับผู้สูงอายุ
ทีมแพทย์และพยาบาลดูแลใกล้ชิดทุกครั้งที่ฟอก
สามารถตรวจพบความผิดปกติและตอบสนองได้ทันที
ครอบครัวไม่ต้องรับภาระดูแลเองที่บ้าน
ผู้สูงอายุได้พบปะผู้คน ลดความเหงาและโดดเดี่ยว
ข้อควรระวังสำหรับผู้สูงอายุ
ความดันโลหิตอาจตกฮวบระหว่างฟอก โดยเฉพาะในผู้ที่หัวใจอ่อนแอ
ต้องเดินทางมาคลินิก 3 ครั้ง/สัปดาห์ ซึ่งอาจเหนื่อยสำหรับบางท่าน
ช่วงระหว่างการฟอกแต่ละครั้งต้องควบคุมน้ำและอาหารอย่างเข้มงวด
วิธีที่ 2: ล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) คืออะไร

การล้างไตทางช่องท้อง คือการใช้เยื่อบุช่องท้องของผู้ป่วยเองเป็นตัวกรองธรรมชาติ โดยแพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กที่หน้าท้อง แล้วใช้น้ำยาล้างไตพิเศษ (Dialysate) ใส่เข้าไปในช่องท้อง ปล่อยทิ้งไว้ระยะหนึ่ง จากนั้นปล่อยน้ำยาออกพร้อมของเสียที่ดึงออกมาได้
รูปแบบของการล้างไตทางช่องท้อง
มีอยู่ 2 แบบหลัก คือ
CAPD (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis) ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลทำเองที่บ้านวันละ 3-4 ครั้ง โดยใช้เวลาครั้งละ 30-40 นาที
APD (Automated Peritoneal Dialysis) ใช้เครื่องช่วยทำอัตโนมัติในช่วงกลางคืน ผู้ป่วยนอนหลับได้ตามปกติ และมีอิสระในช่วงกลางวัน
ข้อดีของการล้างไตทางช่องท้องสำหรับผู้สูงอายุ
ทำได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางบ่อย
ล้างไตแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สภาพร่างกายสม่ำเสมอกว่า
ความดันโลหิตผันผวนน้อยกว่า เหมาะกับผู้สูงอายุที่หัวใจไม่แข็งแรง
ยังคงกิจวัตรชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
ข้อควรระวังสำหรับผู้สูงอายุ
ต้องการผู้ดูแลที่บ้านที่เข้าใจและทำตามขั้นตอนได้ถูกต้อง
ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากไม่ถูกสุขลักษณะอาจเกิดการติดเชื้อในช่องท้อง (Peritonitis)
ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุที่ผ่าตัดช่องท้องมาหลายครั้ง หรือมีพังผืดมาก
เปรียบเทียบวิธีฟอกไตทั้ง 2 แบบ
ปัจจัย | Hemodialysis (HD) | Peritoneal Dialysis (PD) |
สถานที่ | คลินิก / โรงพยาบาล | ที่บ้าน |
ความถี่ | 3 ครั้ง / สัปดาห์ | ทุกวัน (CAPD) หรือทุกคืน (APD) |
การดูแลจากทีมแพทย์ | สูง | ปานกลาง (นัดติดตาม) |
ความเสี่ยงต่อความดันตก | สูง | ต่ำ |
ภาระครอบครัว | น้อย | มาก |
ความเหมาะสมกับผู้มีภาวะหัวใจอ่อนแอ | ปานกลาง | ดี |
ต้องการความร่วมมือของผู้ป่วย | ปานกลาง | สูง |

เลือกวิธีฟอกไตให้เหมาะผู้สูงอายุ

การฟอกไตแบบ Hemodialysis หรือการฟอกเลือด
ผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลที่บ้านตลอดเวลา
มีโรคพังผืดในช่องท้องหรือผ่าตัดช่องท้องบ่อยครั้ง
ครอบครัวไม่สะดวกหรือไม่พร้อมรับภาระดูแลที่บ้าน
ผู้สูงอายุที่ต้องการสังสรรค์กับผู้อื่น ไม่อยากอยู่แต่ที่บ้าน
การฟอกไตแบบ Peritoneal Dialysis หรือ ล้างไตทางช่องท้อง
มีผู้ดูแลที่บ้านที่พร้อมและใส่ใจ
มีปัญหาหัวใจหรือความดันโลหิตไม่คงที่
ไม่สะดวกเดินทางออกจากบ้านบ่อยๆ
ต้องการรักษาอิสระในการใช้ชีวิต
สัญญาณเตือนที่ครอบครัวต้องรู้ก่อนถึงระยะต้องฟอกไต

ผู้สูงอายุที่มีโรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่เมื่อไตทำงานเหลือน้อยกว่า 15% อาการจะเริ่มปรากฏชัดขึ้น ได้แก่
บวมที่ขาและข้อเท้า โดยเฉพาะตอนเช้า
เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้แค่เดินไปห้องน้ำก็หอบ
คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
คันตามผิวหนัง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
สับสน ความจำแย่ลง เนื่องจากของเสียสะสมในเลือด
ปัสสาวะน้อยหรือไม่ออกเลย
หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในผู้สูงอายุที่บ้าน ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินระดับการทำงานของไต
การเตรียมตัวก่อนเริ่มฟอกไตสำหรับผู้สูงอายุ

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การฟอกไตเป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยขึ้น ทั้งสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว
ด้านร่างกาย
ตรวจระดับการทำงานของไต หัวใจ และหลอดเลือดก่อนเริ่มฟอก
หากเลือก Hemodialysis ต้องเตรียมหลอดเลือดก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-3 เดือน
ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีหากยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
ด้านจิตใจ
พูดคุยกับผู้สูงอายุอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ให้ท่านรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
เตรียมรับมือกับความเครียดและอารมณ์ที่อาจผันผวนในช่วงแรก
หาชุมชนหรือกลุ่มผู้ป่วยไตที่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้
ด้านครอบครัว
จัดเตรียมตารางเวลาสำหรับการพาผู้สูงอายุไปฟอกไตให้ชัดเจน
หากเลือกวิธีล้างไตทางช่องท้องต้องฝึกอบรมวิธีดูแลสายสวนและการเปลี่ยนน้ำยาให้ถูกต้อง
ติดต่อสอบถา
มสิทธิ์การรักษาที่มีล่วงหน้า ทั้งสิทธิ์บัตรทอง ประกันสังคม หรือประกันสุขภาพ
อ่านวิธีเตรียมตัวเพิ่มเติมได้ที่ ฟอกไตเทียม ต้องเตรียมตัวก่อนวันฟอกไตอย่างไร?
คำถามที่ครอบครัวมักสงสัยเกี่ยวกับการฟอกไตในผู้สูงอายุ
Q: ผู้สูงอายุอายุ 80 ปีขึ้นไป ฟอกไตได้ไหม?
A : ได้ค่ะ ไม่มีเกณฑ์อายุสูงสุดในการรับการฟอกไต แต่แพทย์จะประเมินสภาพร่างกายโดยรวมก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะสภาพหัวใจและหลอดเลือด
Q: ฟอกไตแล้วจะมีชีวิตได้นานแค่ไหน?
A : ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายโดยรวมและโรคที่มีร่วมด้วย ผู้สูงอายุบางท่านฟอกไตมานานกว่า 10-15 ปีและยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี
Q: ถ้าไม่อยากฟอกไต มีทางเลือกอื่นไหม?
A : มีค่ะ คือการปลูกถ่ายไต แต่สำหรับผู้สูงอายุอาจมีข้อจำกัดด้านความเสี่ยง หรืออาจเลือกรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) ซึ่งเน้นความสุขสบายมากกว่าการยืดอายุ ทั้งหมดนี้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
Q: ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตแพงไหม?
A : ผู้ที่มีสิทธิ์บัตรทอง (สิทธิ์ UC) หรือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สามารถรับการล้างไตทางช่องท้องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่เลือกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอาจต้องร่วมจ่าย ควรสอบถามสิทธิ์กับคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ต้องการรับบริการโดยตรง
สรุป

การเลือกวิธีฟอกไตให้กับผู้สูงอายุไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดเพียงคำตอบเดียว เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สภาพครอบครัว และความต้องการของผู้ป่วยแต่ละท่าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตโดยตรง เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา เราให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้มาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญดูแลใกล้ชิดตลอดการฟอก รองรับทั้งผู้ป่วยสิทธิ์บัตรทองและสิทธิ์อื่นๆ พร้อมบริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์สำหรับครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกเดินทางมา อีกทั้งสำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่เมืองพัทยาสามารถเดินทางมาฟอกไตได้สะดวกสบายเนื่องจากที่ตั้งของทางคลินิกเราอยู่ใจกลางเมืองพัทยา ทำให้ผู้ป่วยโรคไตไม่ต้องเหนื่อยเรื่องการเดินทางหลังจากฟอกไตเสร็จ
อย่าปล่อยให้คำถามค้างคาใจ ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย เพราะการเริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุที่คุณรักวันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะมอบให้ท่านได้ คลิกที่นี่เพื่อติดต่อเรา




ความคิดเห็น