top of page
ค้นหา

เบาหวาน…จุดเริ่มต้นของ “โรคไต”

หลายคนอาจคิดว่า “เบาหวาน” เป็นแค่โรคที่ต้องคุมระดับน้ำตาลให้ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เบาหวานคือหนึ่งในสาเหตุหลักของ “โรคไตเรื้อรัง” ที่อันตรายและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายได้โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคไตจากเบาหวานมัก “ไม่มีอาการในระยะแรก” กว่าจะรู้ตัว ไตก็อาจเสียหายไปมากแล้ว

บทความนี้เราจะพาไปเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า

  • เบาหวานทำลายไตได้อย่างไร

  • ใครบ้างที่มีความเสี่ยง

  • วิธีป้องกันและชะลอโรค

  • รวมถึงแนวทางการรักษาเมื่อเข้าสู่ระยะที่ต้องฟอกไต

เบาหวานกับโรคไต เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เบาหวานกับโรคไต เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

กลไกที่หลายคนไม่เคยรู้

เมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกาย รวมถึง “หน่วยไต” (Nephron) และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ

  • หลอดเลือดในไตหนาตัวและตีบแคบ

  • การกรองของเสียทำงานผิดปกติ

  • โปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะ

เมื่อปล่อยไว้นาน ๆ ไตจะค่อย ๆ เสื่อมลง จนกลายเป็น “โรคไตเรื้อรัง” ในที่สุด

ระยะของโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Kidney Disease)

ระยะของโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Kidney Disease)

 ระยะที่ 1–2: เริ่มต้น (ยังไม่แสดงอาการ) เป็นช่วงที่สามารถชะลอโรคได้ดีที่สุด

  • ค่าไตยังดูปกติ

  • อาจเริ่มมีโปรตีนรั่วเล็กน้อย

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

ระยะที่ 3: เริ่มมีการเสื่อมของไต

  • ค่า eGFR  (estimated Glomerular Filtration Rate) คือ “ค่าประเมินการทำงานของไต” ว่าไตสามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ดีแค่ไหน จะมีค่าที่ลดลง

  • อาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย

  • ความดันโลหิตเริ่มสูง

 ระยะที่ 4: ไตเสื่อมรุนแรง

  • ไตทำงานลดลงอย่างชัดเจน

  • มีอาการบวม เหนื่อยง่าย

  • ต้องเริ่มวางแผนการรักษา เช่น ฟอกไต

ระยะที่ 5: ไตวายระยะสุดท้าย

  • ไตไม่สามารถกรองของเสียได้

  • จำเป็นต้อง “ฟอกไต” หรือปลูกถ่ายไต

ใครบ้างที่เสี่ยงโรคไตจากเบาหวาน?

ใครบ้างที่เสี่ยงโรคไตจากเบาหวาน?

หากคุณหรือคนในครอบครัวเป็น “เบาหวาน” และมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมด้วย ควรให้ความสำคัญและระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสพัฒนาไปสู่ “โรคไต” ได้มากกว่าคนทั่วไป

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี

  • เป็นเบาหวานมาเป็นเวลานาน (มากกว่า 5–10 ปี)

  • มีภาวะความดันโลหิตสูง

  • มีไขมันในเลือดสูง

  • สูบบุหรี่เป็นประจำ

  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต

ยิ่งมีหลายปัจจัยร่วมกัน ความเสี่ยงที่ไตจะเสื่อมเร็วขึ้นก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และตรวจติดตามการทำงานของไตเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเตือนโรคไตที่ไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเตือนโรคไตที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ระยะแรกจะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเริ่มรุนแรงขึ้น อาจพบว่า

  • ปัสสาวะเป็นฟอง (โปรตีนรั่ว)

  • ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

  • บวมที่หน้า มือ เท้า

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจไตโดยเร็ว

วิธีป้องกันโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

วิธีป้องกันโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

ข่าวดีคือ โรคไตจากเบาหวาน “ป้องกันและชะลอได้” หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

1. คุมระดับน้ำตาลให้ดี

หัวใจสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ

2. ควบคุมความดันโลหิต

ความดันสูงจะเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

 3. ลดเค็ม ลดโปรตีนเกินจำเป็น

การกินเค็มจัดหรือโปรตีนมากเกินไป ทำให้ไตทำงานหนัก

4. ตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ

  • ตรวจค่า eGFR

  • ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ

อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะช่วยเช็กสุขภาพไตและป้องกันก่อนเกิดภาวะอันตรา

5. เลิกสูบบุหรี่

บุหรี่ทำลายหลอดเลือด รวมถึงหลอดเลือดในไต

หากเป็นโรคไตแล้ว ต้องรักษาอย่างไร?

ระยะเริ่มต้น

  • ควบคุมเบาหวานและความดัน

  • ใช้ยาชะลอการเสื่อมของไต

ระยะกลางถึงรุนแรง

  • ปรับอาหารอย่างเคร่งครัด

  • ติดตามค่าไตอย่างใกล้ชิด

ระยะสุดท้าย

ไตระยะสุดท้าย

คือระยะที่ไตทำงานได้น้อยมาก (มักต่ำกว่า 10–15%) ไม่สามารถขับของเสียได้เพียงพอ ต้องใช้วิธี

  • ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

  • ล้างไตทางช่องท้อง

  • ปลูกถ่ายไต

มีอาการจากของเสียคั่งในร่างกาย เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง

  • เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม

  • บวมตามตัว โดยเฉพาะขาและใบหน้า

  • ซึม สับสน หรืออ่อนแรง

ภาวะแทรกซ้อนที่ควบคุมไม่ได้ เช่น

  • โพแทสเซียมในเลือดสูงอันตราย

  • น้ำเกินในร่างกายจนกระทบหัวใจหรือปอด

  • ภาวะกรดในเลือดสูง

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าไม่อยากเป็นโรคไตระยะสุดท้าย

การเริ่มฟอกไต “ไม่ควรรอจนฉุกเฉิน” เพราะการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้

  • ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

  • ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

  • เลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ได้มากกว่า

ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง การติดตามค่าไตอย่างสม่ำเสมอและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ทางเลือกของการฟอกไตที่ได้มาตรฐาน

 Pattaya Dialysis ศูนย์ฟอกไต (ฟอกเลือด) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหลังการฟอกไต

สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฟอกไต การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจคือ Pattaya Dialysis ศูนย์ฟอกไต (ฟอกเลือด) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหลังการฟอกไต

ที่นี่ให้บริการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้มีประสบการณ์ ที่ใส่ใจดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะไตวาย

  • ผู้ที่กำลังมองหาศูนย์ฟอกไตในพัทยาที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหาโรคไต สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อปรึกษากับทางคลินิกได้ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และดูแลสุขภาพไตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวค่ะ

คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis)

เปิดบริการทุกวัน (08.00–20.00 น.)

📞 โทร. 082-657-7699

📞 โทร. 081-687-6346


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page