เบาหวาน…จุดเริ่มต้นของ “โรคไต”
- Chonnikan M.
- 29 มี.ค.
- ยาว 1 นาที
หลายคนอาจคิดว่า “เบาหวาน” เป็นแค่โรคที่ต้องคุมระดับน้ำตาลให้ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เบาหวานคือหนึ่งในสาเหตุหลักของ “โรคไตเรื้อรัง” ที่อันตรายและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายได้โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคไตจากเบาหวานมัก “ไม่มีอาการในระยะแรก” กว่าจะรู้ตัว ไตก็อาจเสียหายไปมากแล้ว
บทความนี้เราจะพาไปเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า
เบาหวานทำลายไตได้อย่างไร
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง
วิธีป้องกันและชะลอโรค
รวมถึงแนวทางการรักษาเมื่อเข้าสู่ระยะที่ต้องฟอกไต
เบาหวานกับโรคไต เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

กลไกที่หลายคนไม่เคยรู้
เมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกาย รวมถึง “หน่วยไต” (Nephron) และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
หลอดเลือดในไตหนาตัวและตีบแคบ
การกรองของเสียทำงานผิดปกติ
โปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะ
เมื่อปล่อยไว้นาน ๆ ไตจะค่อย ๆ เสื่อมลง จนกลายเป็น “โรคไตเรื้อรัง” ในที่สุด
ระยะของโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Kidney Disease)

ระยะที่ 1–2: เริ่มต้น (ยังไม่แสดงอาการ) เป็นช่วงที่สามารถชะลอโรคได้ดีที่สุด
ค่าไตยังดูปกติ
อาจเริ่มมีโปรตีนรั่วเล็กน้อย
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว
ระยะที่ 3: เริ่มมีการเสื่อมของไต
ค่า eGFR (estimated Glomerular Filtration Rate) คือ “ค่าประเมินการทำงานของไต” ว่าไตสามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ดีแค่ไหน จะมีค่าที่ลดลง
อาจเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย
ความดันโลหิตเริ่มสูง
ระยะที่ 4: ไตเสื่อมรุนแรง
ไตทำงานลดลงอย่างชัดเจน
มีอาการบวม เหนื่อยง่าย
ต้องเริ่มวางแผนการรักษา เช่น ฟอกไต
ระยะที่ 5: ไตวายระยะสุดท้าย
ไตไม่สามารถกรองของเสียได้
จำเป็นต้อง “ฟอกไต” หรือปลูกถ่ายไต
ใครบ้างที่เสี่ยงโรคไตจากเบาหวาน?

หากคุณหรือคนในครอบครัวเป็น “เบาหวาน” และมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมด้วย ควรให้ความสำคัญและระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสพัฒนาไปสู่ “โรคไต” ได้มากกว่าคนทั่วไป
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี
เป็นเบาหวานมาเป็นเวลานาน (มากกว่า 5–10 ปี)
มีภาวะความดันโลหิตสูง
มีไขมันในเลือดสูง
สูบบุหรี่เป็นประจำ
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต
ยิ่งมีหลายปัจจัยร่วมกัน ความเสี่ยงที่ไตจะเสื่อมเร็วขึ้นก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และตรวจติดตามการทำงานของไตเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
สัญญาณเตือนโรคไตที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ระยะแรกจะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อเริ่มรุนแรงขึ้น อาจพบว่า
ปัสสาวะเป็นฟอง (โปรตีนรั่ว)
ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
บวมที่หน้า มือ เท้า
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
เบื่ออาหาร คลื่นไส้
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจไตโดยเร็ว
วิธีป้องกันโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน

ข่าวดีคือ โรคไตจากเบาหวาน “ป้องกันและชะลอได้” หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง
1. คุมระดับน้ำตาลให้ดี
หัวใจสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ
2. ควบคุมความดันโลหิต
ความดันสูงจะเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
3. ลดเค็ม ลดโปรตีนเกินจำเป็น
การกินเค็มจัดหรือโปรตีนมากเกินไป ทำให้ไตทำงานหนัก
4. ตรวจสุขภาพไตเป็นประจำ
ตรวจค่า eGFR
ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง จะช่วยเช็กสุขภาพไตและป้องกันก่อนเกิดภาวะอันตรา
5. เลิกสูบบุหรี่
บุหรี่ทำลายหลอดเลือด รวมถึงหลอดเลือดในไต
หากเป็นโรคไตแล้ว ต้องรักษาอย่างไร?
ระยะเริ่มต้น
ควบคุมเบาหวานและความดัน
ใช้ยาชะลอการเสื่อมของไต
ระยะกลางถึงรุนแรง
ปรับอาหารอย่างเคร่งครัด
ติดตามค่าไตอย่างใกล้ชิด
ระยะสุดท้าย

คือระยะที่ไตทำงานได้น้อยมาก (มักต่ำกว่า 10–15%) ไม่สามารถขับของเสียได้เพียงพอ ต้องใช้วิธี
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
ล้างไตทางช่องท้อง
ปลูกถ่ายไต
มีอาการจากของเสียคั่งในร่างกาย เช่น
คลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง
เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม
บวมตามตัว โดยเฉพาะขาและใบหน้า
ซึม สับสน หรืออ่อนแรง
ภาวะแทรกซ้อนที่ควบคุมไม่ได้ เช่น
โพแทสเซียมในเลือดสูงอันตราย
น้ำเกินในร่างกายจนกระทบหัวใจหรือปอด
ภาวะกรดในเลือดสูง
สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การเริ่มฟอกไต “ไม่ควรรอจนฉุกเฉิน” เพราะการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้
ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
เลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ได้มากกว่า
ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง การติดตามค่าไตอย่างสม่ำเสมอและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ทางเลือกของการฟอกไตที่ได้มาตรฐาน

สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฟอกไต การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจคือ Pattaya Dialysis ศูนย์ฟอกไต (ฟอกเลือด) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการเดินทางไกล ซึ่งอาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหลังการฟอกไต
ที่นี่ให้บริการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมที่ได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการดูแลโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้มีประสบการณ์ ที่ใส่ใจดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน
เหมาะสำหรับ
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะไตวาย
ผู้ที่กำลังมองหาศูนย์ฟอกไตในพัทยาที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ
หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหาโรคไต สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อปรึกษากับทางคลินิกได้ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และดูแลสุขภาพไตอย่างต่อเนื่องในระยะยาวค่ะ
คลินิกเวชกรรมไตเทียมพัทยา (Pattaya Dialysis)
เปิดบริการทุกวัน (08.00–20.00 น.)
📞 โทร. 082-657-7699
📞 โทร. 081-687-6346




ความคิดเห็น